รอ #แก๊ปแทน

รอ



 กึก



 เสียงแก้วกระทบกับเคาท์เตอร์บาร์เนื้อดีดังขึ้นแผ่วเบาท่ามกลางเสียงวุ่นวายรอบกาย

ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลานิ่งเรียบ แววตาแลลึกนั้นเหม่อมองไปไกล ไม่ใยดีกับสรรพสำเนียงรอบกาย

 จนกระทั่งสัมผัสแผ่วเบาที่หัวไหล่ คนถูกสัมผัสหันความสนใจไปที่ที่มาของสัมผัสนั้น พบกับพี่ชายคนสนิทร่วมสถาบัน คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงถาม คนโดนถามไม่ตอบอะไรกลับมาได้แต่นั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างกันพลางพยักเพยิดหน้าไปทางด้านหน้าเวทีของบาร์หรูแห่งนี้


 คนที่แต่เดิมนั่งหน้าเบื่ออยู่ได้แต่กันมองตามทิศที่คนข้างๆชวน บนเวทีคือเข้าของปาร์ตี้วันนี้ พี่ชายต่างสถาบันที่รู้จักกันมาหลายปีกำลังเชิญชวนให้ทุกคนดื่มฉลองให้ตนเองที่กำลังจะสละโสด

 สำหรับคนที่หวงแหนความโสดแบบ `กิตติชัช` เขารู้สึกว่างานปาร์ตี้นี่ออกจะงี่เง่านิดๆ จะไม่มาเสียเลยก็ไม่ได้ เพราะในปาร์ตี้นี้มีคนที่เขาปรารถนาจะเจอมากกว่าใครอยู่

 แม้ความหวังที่ว่าคนคนนั้นจะโผล่มาที่งานนี้จะริบหรี่มากก็ตามที จะว่าไปนี่ก็สามปีกว่าเข้าไปแล้วที่ไม่ได้เจอและติดต่อกันเลย

 "กูรู้นะว่ามึงรอใครอยู่" จู่ๆคนที่นั่งข้างๆก็เอ่ยขึ้นราวกับล่วงรู้ว่าในใจเขาตอนนี้คิดอะไรอยู่

"งั้นเหรอ" กิตติชัช เอ่ยเป็นเชิงรับรู้ไม่ได้หันกลับไปมองคนพูด สายตานั้นไปโฟกัสที่ใดก็สุดรู้

"ทำไมไม่ไปหาล่ะ" ด้วยคำถามนั้นทำให้กิตติชัชกันกลับมามองคนพูด

"ก็ตัดสินใจว่าจะรอน่ะ" ตอบเพียงเท่านั้นก็เบนสายตามองไปทางอื่นอีกครั้ง

"เขาบอกให้รอเหรอ?"

 "เปล่า"

"ตัดสินใจเอาเองว่างั้นเถอะ"

 "ประมานนั้น"


 เมื่อได้รับคำตอบแบบนั้น `สพล` จึงยกมือยอมแพ้กับความตั้งใจของน้องชายคนสนิท ที่ตลอดสามปีที่ผ่านมานี้ไม่ยอมมีแฟน ไม่สิ...เรียกว่าไม่เปิดใจให้ใครเลยต่างหาก


 "เอาเถอะจะรอก็รอไป" ว่าจบก็ลุกเดินจากไปทางโต๊ะของพี่ชายเจ้าของงาน


หลังจากอีกคนลุกจากไป สายตานั้นก็เหม่อมองไปไกลอีกครั้ง บาร์หรูบนดาดฟ้าตึกสูงกลางมหานคร ลมยามค่ำคืนพัดมากระทบผิวกาย หอบพัดเอาความทรงจำเมื่อเนินนานให้กลับมาในมโนสำนึกอีกครา

ความทรงจำครั้งสุดท้ายที่การจากลามาเยือน


`จะไปเรียนต่อน่ะ อาจกลายปีเลย` น้ำเสียงแหบนิดๆอันเป็นเอกลักษณ์ของเข้าตัวเอ่ยบอกกับคนที่ยืนอยู่ข้างๆ

 `งั้นหรอ` คนที่อายุน้อยกว่าตอบรับเพียงเท่านั้น ทั้งๆที่หัวใจราวกับกำลังถูกเคลือบด้วยม่านน้ำแข็งบางเบา 

`ไม่ต้องรอก็ได้นะ` คนเป็นพี่ใช้ไหล่พิงกำแพงหันมองคนน้องที่ตัวสูงกว่า ดวงตากลมโตจ้องมองคนน้องที่ยืนใช้หลังพิงกำแพงพลางสูบบุหรี่ สายตาเหม่อมองไปบนท้องฟ้าว่างเปล่า

 `นั่นมันเรื่องของผม` 

 `หือ?`


 คนน้องถอนหายใจยาวก่อนจะทิ้งบุหรี่ในมือลงใช้เท้าขยี้จนดับแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาทว่าหนักแน่น 

`ผมจะรอหรือไม่รอนั่นมันเป็นการตัดสินใจของผม ถ้าคุณตัดสินใจแล้วว่าจะไปก็ไปทำสิ่งที่อยากทำ ผมเองก็คงทำในสิ่งที่อยากทำเหมือนกัน`

 ว่าจบก็กันมามองหน้าคนพี่นิ่งนาน ก่อนที่คนตัวเล็กกว่าจะยอมแพ้เกมจ้องตานั้น 


`หึ เย็นชาจังนะ` 

คนสองคนอายุต่างกัน การตัดสินใจต่างกันยืนข้างกันเงียบๆ ในตรอกเล็กๆระหว่างอาคารเรียนข้างเวทีคอนเสิร์ตในมหาวิทยาลัยคนน้อง สายลมของฤดูร้อนพัดมาแผ่วเบา


 ไม่คร่ำครวญ


 ไม่อ้อนวอน


 ไม่มีคำกล่าวลา


 แต่นั่นมันก็สามปีมาแล้ว



 กิตติชัชถอนหายใจยาว ยกแก้วเครื่องดื่มในมือขึ้นจิบก่อนจะกวาดสายตาไปรอบๆปาร์ตี้อีกครั้ง

 คงไม่มาแล้วจริงๆสินะ


 สายตาคมมองไปยังกลุ่มรุ่นพี่ที่กำลังแย่งกันพูดแฉพี่ชายเข้าของงานวันนี้อยู่อย่างเมามันส์ อาการเหม่อไปเรื่อยนั้นทำให้เขาไม่ได้ให้ความสนใจกับใครคนหนึ่งที่เคลื่อนเข้ามาใกล้และนั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างกัน


"นั่งด้วยคนนะครับ" น้ำเสียงคุ้นหูที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้ฝังลึกดังก้องอยู่ในมโนประสาท บัดนี้กลับดังขึ้นแผ่วเบาข้างกาย


 กิตติชัชหันกลับมามองคนข้างๆอย่างไม่อยากเชื่อหูของตัวเอง จ้องค้างอยู่นานราวกับว่าหากเขากระพริบตาคนตรงหน้าจะหายไป


 "แทน" ชื่อของอีกคนดังแผ่วเบาเพียงริมฝีปาก


 ความรู้สึกมากมายตีตื้นขึ้นมาในอกเป็นละรอกคลื่น ถาโถมแยกไม่ออกว่าควรวางความรู้สึกใดเป็นนิยามของสถานการณ์นี้ ตกใจ อึ้ง



 แต่เหนือสิ่งอื่นใด คิดถึง คิดถึงเหลือเกิน



 "ไม่คิดจะพูดอะไรเลยรึไง" ประโยคต่อมาเป็นเครื่องยืนยันว่าคนที่อยู่ตรงหน้ามีตัวตนจริงไม่ใช้ภาพฝัน



"..." ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ทำเพียงนั่งมองอีกฝ่าย มองให้สมกับความคิดถึงที่มากมายล้นใจ



 "จะจ้องอีกนานป่ะ พูดไรบ้างดิ"



"..." ไม่ตอบกลับคำเย้าเเหย่นั้น ทำเพียงเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าของอีกฝ่ายแผ่วเบา จนแน่ใจว่าที่สัมผัสอยู่นั้นเป็นเนื้อหนังจริงหาใช่ภาพลวงตา


รอยยิ้มเล็กๆที่มุมปากของคนน้องจึงปรากฏ เรียกเลือดสีชาดให้ระเรื่อขึ้นบนใบหน้าคนพี่ที่บัดนี้ถูกลูบไล้แผ่วเบาอ่อนโยน


 "กลับมาแล้วหรอ" คนน้องเอ่ยถามเสียงแหบพร่า


 "อื้อ" คนเสียงใสตอบรับ



 "คิดถึง"


 คนพี่ถูกจู่โจมด้วยคำพูดอ่อนหวานที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน จับมือคนน้องที่ลูบหน้าตนเองอยู่มากุมไว้ มือเล็กๆของคนเป็นพี่สั่นน้อยๆ



 "รออยู่รึเปล่า" ศิรันรวบรวมความกล้าถามคำถามนั้นออกไป


ใจหนึ่งก็อยากรู้ว่าอีกคนจะยังมั่นคง อีกใจก็กลัวคำตอบ กลัวระยะเวลา กลัวความเปลี่ยนแปลง



กิตติชัชจ้องมองคนถามที่ตอนนี้จ้องเขาเขม็ง นัยตากลมโตน่าหลงใหลนั้นสั่นระริก



 น่าแกล้ง....แต่ไม่ดีกว่า คิดถึงจะแย่



 "พันหนึ่งร้อยกับอีกสี่สิบสามวัน"




 "?"



"ที่ผมรอแทน" จบประโยคนั้นก็บีบกระชับมือคนพี่แน่นขึ้น ถ่ายทอดความรู้สึกที่มากมายผ่านสัมผัสที่อบอุ่นนั้น




ท่ามกลางคนมากมายในปาร์ตี้สละโสดของคนคนหนึ่ง มีคนสองคนนั่งกุมมือกันเงียบๆ เริ่มต้นความสัมพันธ์ที่นิยามโดยคนสองคน




.วันนั้นวันนี้ พรุ่งนี้วันที่เท่าไหร่ 
วันไหนวันนั้น แต่ฉันก็ยังรอเธอ
 วันนั้นที่เคยได้รอ ตั้งแต่แรกเจอ 
พรุ่งนี้ก็ยังจะรอ แต่เธอเรื่อยไป. 
รอ. Slot Machine 



END

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Green Corn moon 4[End] #ก็อตโจ

Green Corn moon 1 #ก็อตโจ