ละลาย #แก๊ปแทน
“ละลาย”
1 dec 2017 22.34
พรุ่งนี้จะมาไหม?
1 dec 2017 23.21
ไม่มาจริงๆหรอ
1 dec 2017 23.45
มานะ จะรอ
2 dec 2017 8.43
ผมมาถึงหอประชุมแล้วนะ
ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาในชุดครุยก้มมองโทรศัพท์มือถือของตัวเอง
ที่ได้ส่งข้อความหาใครบางคนมาตั้งแต่เมื่อวานและไร้ซึ่งสัญญาณการตอบรับใดใด ในวันที่สำคัญแบบนี้ไม่ว่าใครก็อยากให้คนสำคัญมาแสดงความยินดีด้วยทั้งนั้น
ว่ากันว่าในวันรับปริญญาเราจะได้เจอคนที่เดินผ่านเข้ามาในชีวิตของเราตลอดระยะเวลากว่า4 ปีมารวมกันในวันเดียว
แต่หนึ่งในคนที่เขาอยากเจอมากที่สุดกลับไม่แม้แต่จะตอบข้อความ
“แก๊ป ถ่ายรูปหน่อย”
เสียงเรียกจากแฟนคลับที่มาแสดงความยินดีดังมาจากเบื้องหลัง
ชายหนุ่มเจ้าของชื่อหันไปยิ้มรับเสียงเรียกนั้น
แทบจะพร้อมๆกับที่ชัตเตอร์ดังระรัว
ของขวัญและช่อดอกไม้ถูกมอบให้ เขารับมาอย่างยินดี
คนในครอบครัวมากันครบ สายรหัสที่ตั้งแต่จบมาไม่ค่อยได้เจอกันก็อุตส่าห์มาหาทั้งๆที่อยู่คนละวิทยาเขตและแถมยังเป็นช่วงเตรียมสอบ
จนตกบ่ายที่ต้องเข้าหอประชุมแล้วยังไร้ซึ่งเงาของคนที่หวังว่าจะมาหากัน
ยกมือถือขึ้นมาเช็คเป็นครั้งสุดท้าย
ยังไม่มีการตอบรับใดใด
ตัดสินใจฝากโทรศัพท์ไว้กับแม่กำชับว่าถ้ามีสายเข้าจากใครคนหนึ่งให้บอกว่าจะรอเจอ...ทั้งๆที่กว่าแปดสิบเปอร์เซ็นในใจก็เชื่อไปแล้วว่า...คงไม่มา
จวบจนเสร็จพิธีการ ใบประกาศนียบัตรที่ได้รับมาได้ถูกมอบให้กับบุพการีทั้งสอง
เป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งในชีวิต
ภูมิใจกับตนเองได้ว่าความพยายามสำเร็จไปอีกขั้น
ทุกคนยังยิ้มแย้มให้กับเขาแม้จะเมื่อยล้าจากพิธีการที่ยาวนานแต่รอยยิ้มของทุกคนก็ช่วยเยียวยาได้
น้ำตาที่รื้นขอบตาของผู้เป็นแม่เมื่อมองดูกระดาษแผ่นเล็กๆแผ่นหนึ่งเรียกรอยยิ้มกว้าง
จนเมื่อพ่อชวนกลับบ้านเขาจึงหันไปบอกลาทุกคนพร้อมกับขอบคุณที่มาหากันในวันนี้
จนเมื่อเข้ามานั่งในรถแล้วเขาจึงร้องขอโทรศัพท์คืนจากแม่
เมื่อกดเช็คดูก็พบกับข้อความภาพที่ใครบางคนส่งมา
มันเป็นภาพบึงน้ำในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ห่างจากบ้านเขานัก
หัวใจของกิตติชัชเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมา
หากไม่มีผนังเลือดเนื้อกั้นไว้เขามั่นใจว่าคนในรถต้องได้ยินมันแน่ๆ
เขาบอกพ่อว่าให้จอดให้ตนเองลงที่สวนสาธารณะแห่งนั้นและยังบอกต่อว่าจะกลับบ้านเองไม่ต้องเป็นห่วง
พ่อเหลือบมองเขาทางกระจกหลังแว่บหนึ่งเหมือนกับจับอะไรบางอย่างได้
พ่อยิ้มน้อยๆก่อนจะพยักหน้ารับ ส่วนแม่นั้นบ่นอุบอิบหาว่าเขากับอีกคนนั้นชอบเล่นไล่จับกันเป็นเด็กๆ
โผล่หน้ามาให้เจอจะจับตีให้เข็ดทั้งสองคน
ส่วนตัวเขาเองนั้นยิ้มร่าไม่ตอบรับใดใดกลับไป
กิตติชัชเดินไปตามทางที่คุ้นเคยมุ่งห้าไปยังสถานที่ในข้อความภาพที่อีกคนส่งมา
ในทุกก้าวเดินหัวใจก็เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ
ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนี้
บรรยากาศยามหัวค่ำในสวนสาธารณะยังมีคนอยู่บ้างประปราย
บนสะพานข้ามบึงขนาดใหญ่มีคนคนหนึ่งยืนอยู่ตรงกลางสะพาน
ไฟสีส้มส่องแสงให้เห็นชัดในความมืดสลัว ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้คนคนนั้น
“จับได้แล้ว”
อีกฝ่ายหันกลับมา ใบหน้าหล่อติดหวานนั้นนิ่งสนิทอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเผยยิ้มกว้าง
“ก็ไม่ได้ซ่อนซะหน่อย”
ว่าจบก็ยื่นช่อดอกไม้ในมือให้
มันเป็นช่อดอกทานตะวันที่แซมด้วยลิลี่สีขาวดอกเล็กๆ
“หือ?
ความมั่นคงกับรักแรกหรอ?”
กิตติชัชรับมาก่อนจะถามถึงความหมายของดอกไม้
คนให้ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ทำแค่เดินหนีไปนั่งที่ม้านั่งใกล้นั้น
“ว่าไงล่ะ”
“ก็รู้อยู่แล้วจะถามทำไม” น้ำเสียงราบเรียบไม่ได้แสดงความหงุดหงิดใดใด
หากแต่คนที่ฟังกลับรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังเขินอย่างหนัก แต่เย้าไปก็เท่านั้นคนปากแข็งอย่างไรก็เป็นคนปากแข็ง
“พูดอะไรหน่อยสิ”
กิตติชัชเดินมานั่งลงที่ม้านั่งเดียวกัน
หันหน้ามามองคนที่ยังจ้องไปที่บึงน้ำว่างเปล่าเบื้องหน้า
“ก็ ยินดีด้วย”
“อือ”
ตอบรับเท่านั้นพร้อมกับยิ้มมุมปากน้อยๆ
อีกคนหันมามองนิดๆก่อนจะเบือนหน้าไปที่บึงน้ำอีกครั้ง
ทำไมคนคนนี้ถึงได้เมินเขาได้ตลอดแบบนี้เลยสินะ
วันนี้ทั้งวันมีแต่คนชมว่าหล่อแท้ๆแต่คนตรงหน้าไม่แม้แต่จะมองด้วยซ้ำ
“นี่”
กิตติชัชเอ่ยเรียกแผ่วเบา
“...” ไม่มีคำตอบรับใดใดกลับมา
“แทนครับ” กิตติชัชจงใจกระซิบที่ข้างหูอีกฝ่ายแผ่วเบา
รับรู้อาการสะดุ้งน้อยๆจากคนข้างๆ
“อะไร” อีกฝ่ายพูดตอบก่อนจะขยับออกห่างไปเล็กน้อย
“ขอบคุณครับ” ยังตามไปกระซิบไม่เลิกรา
“เออ
รู้แล้วเขยิบออกไปได้แล้ว แล้วก็ไม่ต้องใช้น้ำเสียงชวนขนลุกนั่นด้วย!!”
“ก็แทนไม่มองหน้าผมนี่
วันนี้มีแต่คนชมผมว่าหล่อทั้งนั้นอ่ะ”
คนข้างๆหันมามองกิตติชัชเต็มตาครั้งแรก
กวาดมองตั้งแต่ทรงผมเปิดหน้าผากที่ถูกเซ็ตมาอย่างดีไปจนกางเกงสแล็คถูกระเบียบพิธีการที่สวมอยู่
มองกวาดอยู่แบบนั้นสองสามรอบก่อนจะเบือนหน้าไปมองที่บึงน้ำกว้างอีกครั้ง
“อือ ก็หล่อดี”
สิ้นคำพูดกิตติชัชก็รวบตัวอีกคนเข้ามาไว้ในอ้อมกอด
กดจมูกเข้ากับแก้มอีกฝ่ายเร็วๆไม่ให้ตั้งตัวก่อนจะผละออกมา
คนที่พึ่งโดนจู่โจมกอดและโดนขโมยหอมไปเมื่อครู่อ้าปากค้าง
“อะไรเนี่ย!!!” โวยวายว่ะคนเรา
“ก็หอมไง
อายุปูนนี้แล้วยังไม่รู้อีก”
โจรขโมยหอมตอบมาหน้าตาย
“ใครให้หอมวะ”
“ไม่รู้แหละ
ป่ะกลับบ้านได้ละมานั่งมืดๆเดี๋ยวโดนลากเข้าพุ่มไม้”
พูดจบก็ผุดลุกขึ้นส่งมือให้อีกคน
“อะไรก็กลับไปดิ”
“กลับด้วยกัน
บอกป๊าไว้แล้วว่าจะพากลับบ้าน”
“อะไร
ไปตกลงด้วยตอนไหน”
“ตอนนี้แหละ
ป่ะกลับกันนี่อยากอาบน้ำแล้ว”
“ก็กลับไปดิ
มาทางไหนก็กลับไปทางนั้น บ้านใครบ้านมันสิ”
กิตติชัชไม่ฟังสียงค้านของอีกคน ฉุดแขนคนที่ไม่ทันตั้งตัวให้เดินตาม
คนที่แต่แรกไม่ทันตั้งตัวพอรู้สติก็ขืนตัวไว้
จะว่าสู้แรงไม่ไหวก็ไม่ใช่แต่เพราะสงสารวันนี้คงเหนื่อยมาทั้งวัน ตามใจหน่อยก็แล้วกัน
ตัดสินใจได้ดังนั้นจึงปล่อยให้บัณฑิตป้ายแดงเดินจูงแขนไปจนถึงลานจอดรถ
“เอากุญแจรถมา” คุณบัณฑิตใหม่หันมาแบบมือขอกุญแจ
“เดี๋ยวขับให้
ไปนั่งไป”
“ไม่
เดี๋ยวแทนไม่ยอมลงบ้าน”
ขนาดเรียนจบแล้วยังงอแง
“...”
“...”
ก็ได้
“แทน”
“เดี๋ยวขับให้
เหนื่อยไม่ใช่รึไงจะไปค้างด้วย พอใจยัง!!”
ว่าจบก็เดินเร็วๆไปที่รถ
ไอ้เด็กนี่ชอบให้พูดอะไรน่าอายอยู่เรื่อย บ้าเอ๊ย
เจ้าเด็กบ้าที่บ่นถึงในใจเดินมาขึ้นรถแต่โดยดี จะไม่อะไรเลยถ้าไม่เดินยิ้มร่ามาแบบนี้
ก่อนจะออกรถคนที่นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถก็ก้มลงมากระซิบบางอย่างที่ข้างหู
บางอย่างที่ทำเอาเลือดทั้งตัวไหลมารวมที่หน้าคนขับ
ไอ้เด็กบ้าเอาแต่ใจเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยย
ก็แค่เพียงเธอยิ้ม ทำให้ใจหวั่นไหว
ยิ่งเธอสบสายตากับฉันทีไร ละลายได้ทุกนาที
เธอนั้นช่างอ่อนหวาน ฉันไม่เคยได้เจอจากใครเลยซักที
ขอบคุณกับวันดีๆ ที่ฉันนั้นมี..เธอ
ยิ่งเธอสบสายตากับฉันทีไร ละลายได้ทุกนาที
เธอนั้นช่างอ่อนหวาน ฉันไม่เคยได้เจอจากใครเลยซักที
ขอบคุณกับวันดีๆ ที่ฉันนั้นมี..เธอ
--เพลง ละลาย ศิลปิน หนุ่ม กะลา--
----- fin ------
จบ แยก
อ่านกันเงียบๆหวีดในแท็ก #แก๊ปแทน
ก็พอเด้อ
ปล. ยินดีกับแก๊ปด้วยน้า ไม่ได้ไปเจอแต่ก็รักตลอดๆเด้อ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น